น้องหมาฟันผุได้ไหม? วิธีดูแลปากและฟันน้องหมา

สำหรับสุนัขแสนรักของใครหลายคนมักจะมีอาการเจ็บป่วยที่พบได้ทั่วไป คือโรคเกี่ยวกับเหงือก ฟัน  และสุขภาพช่องปาก  เมื่อโตเต็มวัยสุนัขจะมีฟันทั้งหมด 42 ซี่ แบ่งเป็น ฟันบน 20 ซี่ ฟันล่าง 22 ซี่ และหากดูแลไม่ดี น้องหมาก็สามารถฟันผุได้ ! อาการฟันผุนั้นมีสาเหตุมาจากอาหารการกิน การรักษาความสะอาดที่ไม่ดีพอ  สายพันธุ์สุนัข และอื่นๆ แล้วถ้าอยากให้น้องสุขภาพดี ไม่อยากให้ น้องหมาฟันผุ จะต้องทำอย่างไร ?

น้องหมา สุขภาพดี ลิ้นสะอาด ฟันแข็งแรง

ลักษณะฟันสุนัข ฟันของน้องหมา ที่ควรรู้

ฟันน้องหมาและคนเรานั้น มีช่วงการเติบโตคล้ายกัน! โดยทั่วไป สุนัขจะมี ฟันน้ำนม ขึ้นก่อนก่อนที่จะกลายเป็นฟันแท้ ฟันน้ำนมของสุนัขจะงอกทั้งหมดในวัย 4 เดือน เป็นจำนวน 24 ซี่ แบ่งเป็นฟันบน 12 ซี่ ฟันล่าง 12 ซี่ จากนั้นฟันจะหลุด ฟันร่วง ก่อนจะกลายเป็นฟันแท้ทั้งหมด เมื่อสุนัขมีอายุ 8 เดือนขึ้นไป โดยจะมีฟันทั้งหมด 42 ซี่ แบ่ง ฟันน้องหมา ได้ 4 ประเภท คือ ฟันตัด (Incisor), ฟันฉีก (Canine), ฟันกรามหน้า (Premolar) และ ฟันกราม (Molar)

วิธีสังเกตอาการ รู้ได้อย่างไรว่า สุนัขมีปัญหา “เหงือกและฟัน”

การสังเกตอาการเมื่อ สุนัขมีปัญหาโรคเหงือกและฟัน (Canine Dental Disease) นั้นสามารถสังเกตได้ง่าย โดยเจ้าของควรหมั่นตรวจสอบ ปากและ ฟันของสุนัข อย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าน้องหมาไม่มีอาการป่วย หรือ หากมีอาการก็สามารถรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยวิธีที่สังเกตได้ง่าย มีดังนี้

  • น้องหมาปากเหม็น ผิดปกติ / ลมหายใจ มีกลิ่นเหม็นเน่า: สิ่งนี้เป็นอาการเริ่มต้นของโรคอักเสบทางเหงือกและฟัน ในสุนัข
  • น้องหมา เหงือกแดง เหงือกบวก หรือ มีเลือดซึมที่เหงือก: เริ่มมีอาการอักเสบในช่องปาก
  • ฟันสุนัข เปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้ม / สีน้ำตาล หรือ มีฟันหลุด 
  • มีอาการหน้าบวม โดยเฉพาะบริเวณปาก
  • น้องหมา มีความอยากอาหารลดลง ไม่สดใสร่าเริง กินอาหารไม่ค่อยได้

หากพบว่าน้องหมาของคุณ มีอาการที่กล่าวมาข้างต้นอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นเวลาสักพักแล้ว ให้สันนิษฐานได้ว่าน้องกำลังมีความทุกข์ จากอาการเจ็บป่วยของโรค เหงือกและฟันในสุนัข ซึ่งเป็นอาการขั้นต้นที่บางอาการสามารถรักษาให้หายได้ หากไปพบสัตวแพทย์ได้ทันเวลา

น้องหมา มีอาการเซื่องซึม

สาเหตุที่ทำให้ สุนัขฟันผุ ฟันหัก มาจากอะไรบ้าง? 

โดยทั่วไปแล้ว น้องหมาที่มีอาการเกี่ยวกับเหงือกและฟัน เกิดจากหลายสาเหตุ อาการเหล่านี้ส่งผลให้สุนัขฟันผุ เสียหาย หลุด หรือแตก ได้ง่าย ซึ่งที่มาของปัญหา สุขภาพฟันของน้องหมา มีได้หลายปัจจัยดังนี้ 

1. แบคทีเรียในช่องปาก 

เมื่อสุนัขมีอาการเหงือกอักเสบเพียงเล็กน้อย แบคทีเรียบางส่วนจะแฝงตัวเข้าไปกับเหงือกที่ร่นลงมา และทำให้เหงือกบวมขึ้นมาได้ เมื่อเหงือกบวม ก็ทำให้รากฟันที่ยึกเกาะนั้นหลวม ส่งผลให้ฟันโยก หรือ ฟันหลุดได้ง่ายขึ้น

2. โรคติดเชื้อในช่องปาก 

เป็นสาเหตุสำคัญของอาการฟันหลุด หรือ รวมไปถึงอาการขากรรไกรอ่อนแรงของสุนัข ส่งผลให้เกิดปัญหากับกระดูกและฟันต่างๆ และในกรณีร้ายแรงอาจส่งผลให้เกิด มะเร็งในปากสุนัข ได้เช่นกัน

3. น้องหมาแก่ขึ้น อายุเพิ่มขึ้น 

ปัญหาสุขภาพปากและฟัน ของน้องมาก็จะมีตาม ทั้งเหงือกร่น ฟันหลุด ฟันแตก ซึ่งเป็นปกติ แล้วแต่อายุไขของสุนัขแต่ละสายพันธุ์ และการดูแลฟันของสุนัข ทั้งการทำความสะอาดและสุขอนามัยต่างๆ หากดูแลสุนัขสูงวัยได้ดี ฟันสุนัขก็จะแข็งแรงอยู่ได้นานไปด้วยเช่นกัน

4. คุณภาพของ อาหารสุนัข 

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการดูแลฟันสุนัข โดยทั่วไปอาหารที่มีแป้ง น้ำมัน น้ำตาลเยอะ จะส่งผลต่อฟันน้องหมาโดยตรง นอกจากนี้ กระดูกชิ้นใหญ่ หรือ แข็งเกินไป ก็เป็นส่วนอันตรายที่ก่อนให้เกิดการบาดเจ็บ ฟันแตก ฟันหักได้ง่าย 

ที่ JOMO เราเลือกสรรวัตถุดิบคุณภาพดี ออกมาเป็นอาหารเม็ดสุนัขสูตรพรีเมียม โปรตีนสูง 23% จากเนื้อแกะออสเตรเลีย ไม่มีโซเดียมและไขมัน ที่สำคัญไม่มีส่วนผสมของ By-product ทำให้น้องหมาสุขภาพแข็งแรง ร่าเริง และยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่นโรคกระดูกพรุน โรคอ้วน และโรคหัวใจ สั่งซื้ออาหารสุนัขสูตรพรีเมียม JOMO วันนี้ ส่งด่วนทันทีในกรุงเทพ และส่งฟรีทั่วประเทศ

5. ความแตกต่างของ สายพันธุ์สุนัข 

สิ่งนี้มีผลต่อสุขภาพช่องปาก ของน้องหมาเช่นกัน ซึ่งสายพันธุ์สุนัขที่เพาะเลี้ยงขึ้นเองนั้น ทำให้รูปปาก ฟัน และ กรามผิดไปจากธรรมชาติเดิม ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยได้ง่าย โดยสุนัขสายพันธุ์ที่มักจะมีปัญหาเรื่องปาก ฟัน และ การเคี้ยวอาหารมีหลายสายพันธุ์ เช่น ยอร์คเชียร์ เทอร์เรีย, เกรฮาวด์ปั๊กบูลด็อก และ ชิสุ

น้องหมาแก่ลง สุขภาพแย่ลง

โรคเกี่ยวกับเหงือกและฟันที่พบบ่อยในสุนัข

โดยทั่วไปสุนัขจะมีปัญหาสุขภาพเหงือกและฟัน ไม่ได้ต่างจากคนเราเลยค่ะ น้องหมาสามารถมีอาการเจ็บป่วยทั่วไป ที่สามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติ โดยโรคที่พบบ่อยในสุนัข จะมีดังนี้

1. โรคปริทันต์ (Periodontal Disease) 

โรคนี้มีอีกชื่อที่คุ้นเคย คือโรคเหงือกอักเสบในสุนัข โดยโรคนี้เกิดขึ้นจากการระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของสุนัขสร้างขึ้นมาเพื่อจัดการแบคทีเรียในปาก และเมื่อมีสารพิษตกค้างสะสมเป็นเวลานานจึงเกิดอาการอักเสบขึ้น ส่งผลต่อเหงือกและฟันของน้องหมา โดยตรง

2. คราบหินปูนสะสม (Dental Tartar)

เกิดจากการสะสมของการทำปฏิกิริยาของ น้ำลาย, แบคทีเรีย และ เศษอาหาร ภายในปาก โดยในช่วงเริ่มต้นนั้นไม่มีอันตราย แต่หากสุนัขมีหินปูน มาเกาะและสะสมต่อเนื่องจะส่งผลให้เหงือกร่น และ นำไปสู่โรคเกี่ยวกับเหงือก ฟัน และการติดเชื้ออื่นๆ ที่รุนแรงขึ้นได้

3. สุนัข ฟันแตก ฟันหัก และ ฟันหลุด

แม้ว่าฟันของน้องหมาจะมีความแข็งแรงแค่ไหน แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น หรือ การดูแลรักษาที่ไม่ดีพอ ก็สามารถทำให้น้องฟันแตก หรือ เกิดการอักเสบจนกระทั่งฟันหลุดได้ ซึ่งควรระวังเรื่องการให้น้องหมา แทะกระดูกวัว หรือ ของเล่นต่างๆ ที่มีความแข็งเกินไป

4. ฝีที่รากฟัน (Tooth root abscess)

เมื่อเกิด คราบหินปูน และไม่ได้รับการรักษา จะเกิดช่องว่างระหว่างเหงือกและฟัน ที่แบคทีเรีย จะเคลื่อนตัวลงไปสะสมใต้รากฟันของสุนัขได้ ทำให้เกิดการอักเสบ จนเกิดฝีที่รากฟันได้ สุนัขจะมีความเจ็บปวดมาก หากสะสมนานเหงือกจะบวมรุนแรง ไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ 

การดูฟันน้องหมา ให้แข็งแรง

เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจาก โรคเหงือกและฟัน ของสุนัข เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าเราสามารถช่วยดูแลสุขภาพช่องปากของน้องหมาได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้น้องหมามีสุขภาพดี ฟันแข็งแรง เหงือกแข็งแรงสามารถอยู่เล่นกับเราไปนานๆ ค่ะ

เตรียมของเล่นน้องหมา กระดูกของเล่น ช่วยขัดฟัน

ของเล่นน้องหมา รูปกระดูกที่มักพบได้ทั่วไป นอกจากจะช่วยให้น้องหมาได้สนุกกับการแทะเล่นแล้ว ยังช่วยให้ในการ ขัดคราบแบคทีเรีย ขัดฟัน และ ช่วยให้ ฟันสุนัขสะอาด แข็งแรง มีสุขภาพฟันที่ดีขึ้น โดยการเลือกซื้อของเล่นนั้น ขึ้นอยู่กับชนิด สายพันธุ์และขนาดของสุนัข สิ่งที่ต้องระวังคือไม่ควรให้น้องหมา แทะกระดูกวัว หรือ กระดูกขนาดใหญ่เป็นของเล่น เพราะจะทำให้ น้องหมาฟันหัก หรือ ฟันแตกได้

ของเล่นสำหรับน้องหมา

เปลี่ยนน้ำ ให้ดื่มน้ำสะอาดเสมอ

แบคทีเรีย เป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญของที่ทำให้เกิดโรคเหงือกและฟันของสุนัข ถาดใส่น้ำ นับเป็นแหล่งเพาะเชื้อชั้นดีเช่นกันค่ะ เราจึงควรเปลี่ยนน้ำให้สุนัข ทุก 1-2 วัน เพื่อลดการเจิรญเติบโตของแบคทีเรีย ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพเหงือและฟันของน้องหมาค่ะ

แปรงฟันน้องหมา สม่ำเสมอ เริ่มแต่เด็ก

การแปรงฟันน้องหมา สามารถทำได้ และฝึกได้ตั้งแต่สุนัขอายุยังน้อย เพื่อให้น้องคุ้นชิ้นกับแปรงสีฟันสุนัข สิ่งที่ต้องระวังคือ ควรเลือกขนาดแปรงให้เหมาะกับปากของสุนัข และ ใช้ยาสีฟันสำหรับสุนัขในการแปรงฟันเท่านั้น เจ้าของสามารถฝึกแปรงฟันน้องหมาง่ายๆ ได้ตามคลิปนี้ 

หมั่นสังเกตช่องปากน้องหมา พบสัตวแพทย์เป็นประจำ

จริงๆ แล้ว ควรพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพทุกๆ ปี อย่างสม่ำเสมอนะคะ นอกจากนี้การช่วยสังเกตง่ายๆ อย่างการดมกลิ่นปากน้องหมา การสังเกตสีของฟันน้องหมา หรือตรวจดูเหงือก ก็ช่วยให้คุณสามารถรับการรักษาอาการเจ็บป่วยของน้องได้ทันเวลา หรือ เริ่มการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ค่ะ

หมอตรวจสุขภาพให้น้องหมา

งดอาหารสุนัขแบบ เหนียว หรือ เปียก ที่ติดฟันได้ง่าย

สิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้คือ อาหารสุนัข เพราะอาหารแต่ละชนิด มีปริมาณน้ำตาล สารอาหารต่างๆ ไม่เท่ากัน การเลือกให้สุนัขทานอาหารแบบเปียก บางครั้งจะเกิดปัญหาที่อาหารนั้นติดตามซอกฟัน และเกิดแบคทีเรียที่ทำลายฟันของน้องหมาได้ด้วย การเลือกอาหารจึงควรเป็นแบบที่ทำมาเฉพาะน้องหมา และ มีเนื้อสัมผัสที่ดี ไม่เหนียวหรือเปียกจนเกินไป 

สรุปเรื่องสุขภาพปากและ ฟันน้องหมา

ฟันของน้องหมานั้นมีลักษณะการเติบโตและใช้งานคล้ายกับของมนุษย์ น้องมาจะมีฟันน้ำนม ก่อนจะเปลี่ยนเป็นฟันแท้ เมื่ออายุ 7 – 8 เดือน การดูแลฟันน้องหมาก็คล้ายกัน คือควรแปรงฟันสม่ำเสมอเลือกแปรงสีฟันและยาสีฟันสุนัขที่เหมาะกับสายพันธุ์ และสิ่งสำคัญคือ การกินอาหารที่เหมาะสม หากคุณเป็นคนที่รักน้องหมาและอยากมอบสิ่งที่ดีให้เขาได้กินในทุกวัน ให้ JOMO เป็นทางเลือกของมื้ออร่อยสุขภาพดี ด้วยอาหารสุนัขสูตร Gluten-Free พร้อมมี Omega-3 และ Omega-6 ให้น้องหมาสุขภาพดี ฟันสวย ขนสวย แข็งแรงและวิ่งเล่นกับเราไปได้นานๆ ค่ะ

สาเหตุที่น้องหมา มีกลิ่นปาก ลมหายใจเหม็น เกิดจากอะไร?

น้องหมามีกลิ่นปาก เกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งการกินอาหาร การกินน้ำน้อย รวมไปถึงอาการป่วยเกี่ยวกับเหงือกและฟัน หากน้องหมามีกลิ่นปากติดต่อกันหลายวัน ควรเริ่มสังเกตุเหงือกและฟันเพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม

ให้น้องหมาแปรงฟัน อันตรายจริงไหม?

สำหรับน้องหมาที่โตแล้ว การมาหัดแปรงฟันข่วงแรกๆ อาจยุ่งยาก แต่หากน้องหมาชินแล้ว การแปรงฟัน ไม่ได้ก่อนให้เกิดอันตราย ซึ่งต้องใช้ทั้งแปรงสีฟัน และ ยาสีฟันสำหรับน้องหมาเท่านั้น 

หมาเกิดฟันผุได้หรือเปล่า?

น้องหมาสามารถเกิดฟันผุ และปัญหาทางช่องปากและฟันได้ไม่ต่างจากคนเลยค่ะ ดูสาเหตุและวิธีดูแลน้องได้ในบทความเลยนะคะ 🙂