🐾 รับ JOMO Points ใช้แทนเงินสด ทุกการสั่งซื้อบนเว็บไซต์ แค่สมัครสมาชิก

การให้อาหารสุนัขที่ถูกต้องทำอย่างไร รวมทุกคำตอบที่เจ้านายต้องรู้

การให้อาหารสุนัขนั้นเป็นเรื่องที่เจ้าของต้องทำทุกวันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ซึ่งอาจเพิ่มไปถึง 6 ครั้งสำหรับลูกสุนัข โดยขั้นตอนการให้อาหารควรทำอย่างไรบ้าง สุนัขควรกินอะไรบ้าง ควรให้เยอะแค่ไหน มีข้อควรระวังอะไรบ้าง ตามมาอ่านคู่มือแบบละเอียดได้ที่นี่เลย 

การให้อาหารสุนัขในระยะต่างๆ ตามช่วงวัย

ปริมาณในการให้อาหารสุนัขนั้นไม่มีข้อบังคับตายตัว แม้จะเป็นพันธุ์เดียวกันก็ไม่จำเป็นต้องกินในปริมาณเท่ากัน โดยพื้นฐานควรจะให้อาหารสุนัขอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน อย่างไรก็ดีจำนวนครั้งการให้อาหารนั้นขึ้นอยู่กับอายุ, พันธุ์, ปัญหาสุขภาพ และอื่น ๆ ตามที่สัตวแพทย์แนะนำ โดยเราขอแบ่งตามช่วงอายุดังนี้

การให้อาหารลูกสุนัข

ลูกสุนัขก็เหมือนลูกคน พวกเขาต้องการการพักผ่อนที่เหมาะสม และอาหารที่เพียงพอในการเติบโต แต่ยังไม่สามารถกินได้ครั้งละเยอะ ๆ จึงควรให้อาหารตามต้องการของช่วงอายุดังนี้

ปริมาณที่เหมาะสม

ลูกสุนัขกำลังโตต้องการอาหารปริมาณมากเพื่อการเติบโต ประมาณ 50 กรัมต่อวันสำหรับพันธุ์ตุ๊กตา ประมาณ 100 กรัมสำหรับพันธุ์เล็ก 200-300 กรัมสำหรับพันธุ์ขนาดกลาง และสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่อาจต้องการถึง 700 กรัมเลยทีเดียว ทั้งนี้ก็เพื่อการพัฒนากระดูกและอวัยวะ อย่างไรก็ดีไม่ควรให้มากจนกลายเป็นปัญหาโรคอ้วน เพราะมักจะโตมาเป็นสุนัขอ้วนและกลายเป็นปัญหาสุขภาพในอนาคต

จำนวนครั้งในการให้อาหาร

เนื่องจากลูกสุนัขต้องการพลังงานในการเล่นและเติบโต แต่ระบบทางเดินอาหารยังไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนัก ทำให้สำหรับลูกสุนัขต่ำกว่า 5 เดือนควรทานอาหาร 3-4 มื้อต่อวัน โดยสำหรับลูกสุนัขพันธุ์เล็กอาจต้องการมากถึง 4-6 มื้อต่อวัน 

ชนิดอาหารที่ควรให้

เจ้าของควรให้อาหารสูตรลูกสุนัขในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะแคลเซียมเช่นกระดูกดิบเพื่อป้องกันปัญหากระดูกและข้อในภายหลัง อย่างไรก็ดีสำหรับลูกสุนัขอายุต่ำกว่า 4 เดือนไม่ควรให้อาหารดิบ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของลูกสุนัขยังไม่ดีพอ แบคทีเรียในอาหารดิบอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ซึ่งทุกครั้งที่ให้อาหารใหม่ก็ควรเฝ้าดูลูกสุนัข ป้องกันอาการแพ้อาหารที่อาจเกิดขึ้น

การให้อาหารสุนัขโตเต็มวัย

สำหรับสุนัขพันธุ์เล็ก จะโตเต็มวัยเมื่ออายุ 12 เดือน แต่สุนัขพันธุ์ใหญ่อาจใช้เวลาถึงอายุ 18-24 เดือน เมื่อสุนัขโตเต็มวัย ระบบย่อยอาหารของพวกเขาก็สามารถทำงานได้ดี ทำให้ไม่จำเป็นต้องให้อาหารวันละหลายครั้ง แต่ต้องให้ในปริมาณที่เหมาะสมกับการเล่นและวิถีชีวิตของพวกเขา โดยมีปริมาณ จำนวนครั้ง และชนิดอาหารที่เหมาะสมดังนี้

ปริมาณที่เหมาะสม

ขนาดตัวและน้ำหนักตัวเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักสำหรับการเลือกปริมาณอาหารให้กับน้องหมา สำหรับสุนัขพันธุ์ตุ๊กตาต้องการอาหารประมาณเดิมคือ 50 กรัมต่อวัน สำหรับพันธุ์เล็กต้องการ 100 กรัมต่อวัน พันธุ์ขนาดกลางต้องการ 150-300 กรัม และพันธุ์ใหญ่ต้องการอาหารตั้งแต่ 300 กรัม ไปจนถึง 1,000 กรัม ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว อย่างไรก็ดีถึงสุนัขจะชอบกิน แต่ก็ไม่ควรให้มากเกินไปเพื่อป้องกันโรคอ้วน รวมไปถึงปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก 

จำนวนครั้งในการให้อาหาร

เมื่อสุนัขโตเต็มวัย จะต้องการอาหารในปริมาณที่เหมาะสมเพียง 2 มื้อต่อวันเท่านั้น โดยสามารถให้ขนมในเวลาฝึกหรือเล่นเพิ่มได้ แต่ไม่ควรเกิน 10% ของปริมาณอาหารต่อวัน

ชนิดอาหารที่ควรให้

สามารถให้อาหารสูตรสุนัขโตเต็มวัยที่มีสารอาหารครบถ้วนได้ โดยอาจเพิ่มเติมเนื้อสัตว์ ผัก หรือปลาเพื่อความหลากหลายของอาหาร หากจะให้กระดูกก็ต้องเป็นกระดูกดิบเท่านั้น

เลือกอาหารสุนัขเกรดพรีเมียม JOMO ให้น้องหมาเพื่อสุขภาพที่ดีของน้องหมาในทุกวัน JOMO ใช้แหล่งโปรตีนหลักจากเนื้อแกะออสเตรเลีย ให้โปรตีนสูง 23% มีส่วนผสมที่เป็นน้ำมันปลาแซลมอนที่อุดมไปด้วย Omega 3 และ Omega 6 ทำให้น้องหมามีสุขภาพผิว และขนที่ดี เสริมด้วยโอลิโกแซคคาร์ไรด์ ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมพัฒนาการทางสมอง และการทำงานของระบบประสาท พิเศษ สั่งซื้อวันนี้ส่งฟรีทั่วประเทศไทย!!

การให้อาหารสุนัขแก่

สุนัขสูงวัยก็เหมือนกับคนมีอายุที่ต้องการอาหารพิเศษที่เหมาะกับโรคและเหมาะกับระบบต่าง ๆ ในร่างกายที่ไม่ดีเหมือนเก่า โดยควรทานอาหารดังนี้

ปริมาณที่เหมาะสม

เมื่อเข้าถึงวัยสูงอายุ สุนัขจะขยับตัวน้อยลง บวกกับการเผาผลาญที่แย่ ทำให้เจ้าของควรลดปริมาณแคลอรีในอาหารน้องหมา หรือลดปริมาณลงอย่างน้อย 20% จากปริมาณอาหารสำหรับวัยผู้ใหญ่เพื่อลดโอกาสการเป็นโรคอ้วนที่เป็นโรคฮิตในสุนัขแก่ อย่างไรก็ดี หากสุนัขผอมหรือมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์​ ก็ควรดูแลให้มีน้ำหนักตามเกณฑ์เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง และไม่ควรอาหารให้กินตามใจตลอดทั้งวันเช่นเดียวกับสุนัขทุกวัย

จำนวนครั้งในการให้อาหาร

สำหรับสุนัขบางตัวก็สามารถให้อาหารในปริมาณเท่าเดิมได้ แต่สุนัขสูงวัยบางตัวอาจต้องการอาหารที่น้อยลงและบ่อยครั้งขึ้น เช่นเดียวกับลูกสุนัข ลองสังเกตความต้องการของสุนัขแก่และปรึกษาสัตวแพทย์ถึงปริมาณและจำนวนครั้งในการให้อาหารที่เหมาะสม

ชนิดอาหารที่ควรให้

เนื่องจากสุนัขแก่จะมีปัญหาต่าง ๆ ตามอายุ จึงควรให้อาหารที่ช่วยบำรุงดูแลสุขภาพให้น้องหมาสูงวัยอายุยืน อยู่กับเราไปอีกนาน ๆ เช่น ไฟเบอร์อย่างฟักทอง ที่ช่วยดูแลระบบทางเดินอาหาร ซุปกระดูก ที่ดีกับกระดูกและข้อต่อซึ่งเป็นปัญหาหลักในสุนัขแก่ ผักนึ่ง เช่นเคล บร็อคโคลี่ ที่ช่วยบำรุงเลือด และมีวิตามินที่ดีตามธรรมชาติ และโปรตีน ที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เป็นต้น อย่างไรก็ดีควรลดปริมาณการให้ขนมสำเร็จรูป และหันไปให้ผักต้มหรือผลไม้เช่นแครอท แอปเปิลแทน หากสุนัขไม่ทานอาหารหรือเบื่ออาหาร ลองเปลี่ยนมาให้อาหารเปียก ซุป หรืออาหารทำเอง อย่างไรก็ดีหากสุนัขปฏิเสธอาหารติดกันหลายวันก็ควรนำไปพบสัตวแพทย์

นอกจากให้ทานอาหารที่เหมาะสุนัขแก่แล้ว พวกเขาก็ยังมีข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เจ้าของควรรู้เพื่อการดูแลที่ทันท่วงที เช่นการพาไปออกกำลังกาย ดูแลการขับถ่าย ดูแลสุขภาพผิวหนังและขน ซึ่งอาหารที่ดีก็ช่วยให้น้องหมาแก่ตัวไปอย่างแข็งแรงได้

เลือกอาหารสุนัขเกรดพรีเมียม JOMO [โจโม่] ดูแลสุขภาพของสุนัขคุณ เพราะมีถึง 5 คุณประโยชน์ในถุงเดียว ล้วนเป็นคุณประโยชน์ที่ดีกับร่างกายน้องหมา ทำให้น้องหมาสุขภาพแข็งแรง ร่าเริง คล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง สมวัย มีแหล่งโปรตีนหลักมาจากเนื้อแกะออสเตรเลีย โปรตีนสูงถึง 23% กลูเตนฟรี สุนัขแพ้ง่ายก็ทานได้ มีส่วนผสมที่เป็นน้ำมันปลาแซลมอนที่อุดมไปด้วย Omega 3 และ Omega 6 ทำให้น้องหมามีสุขภาพผิว และขนที่ดี มีส่วนผสมที่เป็นโอลิโกแซคคาร์ไรด์ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมพัฒนาการทางสมองและการทำงานของระบบประสาท สั่งซื้อวันนี้ ส่งฟรีทั่วไทย

ปัจจัยอื่น ๆ ในการเลือกให้อาหารสุนัข

สุนัขแต่ละตัวนอกจากจะแตกต่างกันที่พันธุ์ น้ำหนัก และอายุแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ มากมายที่ส่งผลต่อการทานอาหารของน้องหมา เช่น

การออกกำลังกายของสุนัข

หากสุนัขชอบออกกำลังกาย หรือเป็นพันธุ์ล่าสัตว์ที่คึกคัก ชอบเล่น ก็สามารถให้ขนมเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มพลังงานได้ แต่ก็ควรปรึกษาสัตวแพทย์ถึงปริมาณที่เหมาะสม อย่างไรก็ดีควรงดอาหารก่อนและหลังออกกำลังกายอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เนื่องจากสุนัขบางพันธุ์โดยเฉพาะพันธุ์ใหญ่อาจมีปัญหาแก๊สในกระเพาะอาหารที่อาจทำให้ถึงชีวิตได้ 

ปัญหาสุขภาพ

หากสุนัขมีโรคหรือปัญหาด้านสุขภาพ ไม่ว่าวัยไหนก็ควรทานอาหารเฉพาะโรคและทำการคุมอาหารอย่างเคร่งครัด ป้องกันอาการแย่ลง เช่นสุนัขที่เป็นเบาหวาน ก็ควรทานอาหารไฟเบอร์สูง ไขมันต่ำ หรือสุนัขที่เป็นโรคหัวใจ ก็ต้องคุมน้ำหนักด้วยการทานอาหารแคลอรีต่ำ โซเดียมต่ำ เป็นต้น

สุนัขสีดำแปะมือกับเจ้าของก่อนทานอาหาร
Photo by Kabo on Unsplash

ข้อควรระวังในการให้อาหารสุนัข

ห้ามให้อาหารที่มีก้างและกระดูกสุก

เพราะก้างอาจไปตำคอ ส่วนกระดูกสุกน้องหมาก็ไม่สามารถย่อยสลายได้ สุดท้ายก็ไปติดอยู่ในกระเพาะและก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่นท้องอืด โดยหากไปสะสมจำนวนมากอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ห้ามให้อาหารคน

อาหารคนมักมีรสชาติเค็ม และอาจมีส่วนผสมที่เป็นอันตรายกับน้องหมา เมื่อน้องหมากินเข้าไปมาก ๆ ก็อาจทำให้ขับปัสสาวะมาก อาเจียน ชัก มีไข้สูง และในระยะยาวอาจส่งผลให้เกิดโรคไตได้ ดังนั้นไม่ว่าสุนัขจะอ้อนวอนข้างโต๊ะอาหารแค่ไหน ก็ต้องหักห้ามใจไม่ให้ เพื่อสุขภาพระยะยาวที่ดีกับน้องหมานั่นเอง

ห้ามให้ช็อกโกแลต, ลูกเกด, นมวัว ฯลฯ

สุนัขไม่ควรทานอาหารหลายอย่าง เช่น ช็อกโกแลตและอาหารที่มีคาเฟอีน เนื่องจากมีสารเมทิลแซนธีนที่ทำให้สุนัขอาเจียน เกิดอาการหัวใจเต้นผิดปกติ จนอาจเสียชีวิต ส่วนลูกเกดอาจทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน และนมวัวรวมถึงผลิตภัณฑ์จากนมวัว อาจส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารกับน้องหมาที่ไม่สามารถย่อยแลคโตสได้

นอกจากนี้ยังมีอาหารอีกหลายชนิดที่สุนัขไม่ควรกิน อย่างเช่น อาหารไม่สุก, อะโวคาโด, หัวหอมและกระเทียม ฯลฯ ที่เจ้าของควรศึกษาไว้เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับน้องหมา 

อย่าลืมให้น้ำสะอาด

น้องหมาต้องการน้ำอยู่เสมอ ดังนั้นควรเตรียมน้ำสะอาดไว้ตลอดเวลา และเปลี่ยนน้ำ ทำความสะอาดชามเป็นประจำทุกวัน

อย่าตามใจสุนัข 

ถึงแม้น้องหมาจะทำà¸